จากบทไปเที่ยวกันดีกว่า อย่างที่บอกถ้านึกสถานที่เที่ยวออกแล้วจะนำมาฝาก พอดีอ่านบันทึกที่เคยเขียนเมื่อตอนเรียน ภาษาจีน แต่ขอเขียนเป็น ภาษาจีน เลยล่ะกันนะ ส่วนคำศัพท์นั้น จะอธิบายหลังจากเขียนจบ จริงๆ ก็ไม่ใช่บันทึกอะไรหรอก แต่เป็นการบ้านที่เหล่าซือให้ทำส่ง โดยให้เขียนเรื่องวันหยุดยาว(วันแรงงาน)ว่าไปไหนมา อยากรู้กันแล้วล่ะซิ...งั้นตามมาเดี๋ยวจะเล่าให้ฟัง
王老师 :
你好!今天2007年4月28日星期六。今天天气比较好不冷也不热,我们八个人都准备好了,七点半从我们大学出发,从这儿到我们的目的地要用三个小时,在车上我们拍了几张照片,边聊边吃非常有意思,可觉得有点不太舒服,因为车太小不能伸脚,正好车停了,我们都下车,我以为是到我们要去的地方,可不是只给我们休息,导游说 :“这里可以看到太湖。”我看了一眼觉得虽然太湖比西湖大得很,可没有西湖漂亮,过了十五分我们就上车。终于我们就到了无锡,现在十一点半了,所以我们先吃午饭,然后才去三国城,这里不但很大,而且风景很美。这是中国最大的影视制作地,有很多电影在这拍摄,我也拍了四、五十张片,觉得还不够,可真糟糕!我的照相机坏了,还好我朋友也带来,不然可惜极了。到了三点我们就上船看三国城周围的风景。我们只在这玩半天,然后吃晚饭,再回宾馆,今天我们的旅游就完了。
星期天天气真不好,整天都下雨。今天我们在苏州玩,早上去虎丘,这里风景也很好,所以有很多人,我们爬到虎丘塔,拍了几张照片,用了不长时间就爬下来,然后继续去留园玩,听说苏州的园很有名,今天亲眼看觉得很漂亮,特别是很奇怪的石头,我就问导游 :“本来的石头是这样吗?”她说:“本来就是这样。”有时我觉得自然就让人不明白,为什么是这样或者那样。吃过了午饭,我们就去苏州乐园,这里各种活动真贵,有的票20元,有的30元,我就不愿意玩,只好只拍照片。到了晚上我要看看苏州的夜晚是怎么样,不管天气好不好我都要看,所以吃好了晚饭以后,回到宾馆休息一会儿到了晚上七点我跟另外四个朋友一起去,因为我们不熟悉苏州,不知道有什么地方好看,就问了本地人,她热情地回答,我们就找那个地方,可到了那儿我们不知道找到的是对还是错,因为那太偏僻,不像旅游的地方还是这时候下雨还刮大风呢,最后我们回宾馆睡觉。
星期一我们吃好早饭就离开苏州了,今天我们要去周庄玩,周庄是中国的古镇之一,这里的门票100元非常贵,可我们用时间用得很短就出门了,因为今天人特别多,我们不喜欢人太挤或者跟别人抢着看,所以我觉得这里门票真不值得。祝老师愉快!
林小丽
二00 七年五月六号
ชื่อเมือง และสถานที่ท่องเที่ยว
•太湖(tàihú) ทะเลสาบไท่หู
•西湖(xīhú) ทะเลสาบซีหู
•无锡(wúxī) หวูซี (ชื่อเมือง)
•三国城(sānguóchéng) เมืองสามก๊ก
•苏州(sūzhōu) เมืองซูโจว
•虎丘塔(hǔqiūtǎ) เจดีย์หู่ชิว
•溜圆(liūyuán) สวนหลิวหยวน
•苏州乐园(sūzhōulèyuán) สวนสนุกซูโจว
•周庄古镇(zhōuzhuānggǔzhèn) เมืองโบราณโจวจวง
คำศัพท์
1.天气(tiānqì) อากาศ,สภาพอากาศ
2.比较(bǐjiào) ค่อนข้าง
3.冷(lěng) หนาว
4.热(rè) ร้อน
5.准备(zhǔnbèi) เตรียมตัว
6.从(cóng) จาก,ตั้งแต่
7.出发(chūfā) ออกเดินทาง
8.这儿(zhèer) ที่นี่
9.那儿(nàer) ที่นั่น
10.到(dào) ถึง
11.目的地(mùdìdì) จุดหมายปลายทาง
12.拍(pāi) ถ่ายภาพ
13.张(zhāng) ใบ (ลักษณะนามของรูปภาพ และสิ่งของที่มีลักษณะบางๆ เป็นแผ่น)
14.照片(zhàopiàn) รูปภาพ
15.有意思(yǒuyìsi) สนุกสนาน
16.觉得(juéde) รู้สึก,ความรู้สึก
17.舒服(shūfu) สบาย,สะดวกสบาย
18.因为(yīnwéi) เพราะว่า,เนื่องจาก
19.伸脚(shēnjiǎo) เหยียดเท้า
20.正好(zhènghǎo) พอดี
21.以为(yǐwéi) คิดว่า,นึกว่า
22.导游(dǎoyóu) ไกด์,มัคคุเทศก์
23.虽然(suīrán) ถึงแม้ว่า
24.看了一眼(kànleyīyǎn) มองดูแป๊ปนึง
25.漂亮(piàoliang) สวยงาม
26.终于(zhōngyú) ในที่สุด
27.比(bǐ) เปรียบเทียบ
28.早(zǎo)饭(fàn) อาหารเช้า
29.午饭(wǔfàn) อาหารกลางวัน
30.晚(wǎn)饭(fàn) อาหารเย็น
31.然后(ránhòu) หลังจากนั้น,ต่อจากนั้น
32.才(cái) ถึงจะ
33.不但(búdàn)……而且(érqiě) ไม่เพียง......แต่
34.风景(fēngjǐng) วิว,ทิวทัศน์
35.美(měi) สวยงาม
36.影视(yǐngshì) หนัง,ภาพยนตร์
37.制作(zhìzuò) สร้าง
38.电影(diànyǐng) ภาพยนตร์
39.拍摄(pāishè) ถ่ายทำ
40.不够(búgòu) ไม่พอ
41.糟糕(zāogāo) โชคร้าย,โชคไม่ดี
42.照相机(zhàoxiàngjī) กล้องถ่ายรูป
43.坏(huài) เสีย
44.还好(háihǎo) ยังดี
45.带来(dàilái) นำมา,พกติดมา
46.不然(bùrán) มิฉะนั้น,ไม่อย่างนั้น
47.可惜(kěxī) เสียดาย
48.周围(zhōuwéi) บริเวณรอบๆ
49.宾馆(bīnguǎn) โรงแรม,ที่พัก
50.旅游(lǚyóu) การเดินทาง,การท่องเที่ยว
51.整天(zhěngtiān) ทั้งวัน,ตลอดทั้งวัน
52.下雨(xiàyǔ) ฝนตก
53.继续(jìxù) ต่อ,ต่อเนื่อง
54.听说(tīngshuō) ได้ยินว่า,ได้ข่าวว่า
55.有名(yǒumíng) มีชื่อเสียง
56.亲眼看(qīnyǎnkàn) เห็นกับตาตัวเอง
57.特别(tèbié) พิเศษ,โดยเฉพาะ
58.奇怪(qíguài) ประหลาด
59.石头(shítou) ก้อนหิน
60.本来(běnlái) แต่ไหนแต่ไร,ดั้งเดิม
61.自然(zìrán) ธรรมชาติ
62.只好(zhǐhǎo) ทางที่ดี
63.不管(bùguǎn) ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม
64.所以(suǒyǐ) ดังนั้น
65.熟悉(shúxī) คุ้นเคย
66.本地人(běndìrén) คนพื้นที่
67.热情(rèqíng) เป็นกันเอง,เป็นมิตร
68.回答(huídá) ตอบ
69.地方(dìfāng) สถานที่
70.偏僻(piānpì) เปลี่ยว
71.最后(zuìhòu) ท้ายที่สุด,สุดท้าย
72.睡觉(shuìjiào) นอน
73.古镇(gǔzhèn) เมืองโบราณ
74.门票(ménpiào) บัตรผ่านประตู,บัตรเข้าชม
75.挤(jǐ) เบียดเสียด
76.抢(qiǎng) แย่ง
77.值得(zhídé) คุ้มค่า
คำแปล
สวัสดีค่ะ วันนี้วันเสาร์ที่ 28 เมษายน พ.ศ.2550 วันนี้อากาศค่อนข้างดี ไม่หนาวแล้วก็ไม่ร้อน พวกเราทั้งแปดคนเตรียมพร้อมแล้ว เจ็ดโมงครึ่งออกเดินทางจากมหาวิทยาลัย จากที่นี่ถึงจุดหมายต้องใช้เวลาประมาณ 3 ชั่วโมง พวกเราอยู่บนรถถ่ายรูปไปหลายใบ พูดไปกินไปอย่างสนุกสนาน แต่รู้สึกไม่ค่อยจะสบายเล็กน้อย เพราะรถเล็กไปเหยียดขาไม่ได้ รถหยุดจอดพอดี พวกเราเลยลงจากรถ ฉันนึกว่าถึงสถานที่ที่เราจะไปกันแล้ว แต่ยังไม่ใช่แค่จอดพักเฉยๆ ไกด์พูดว่า “ที่นี่สามารถมองเห็นทะเลสาบไท่หู ฉันมองสักพักรู้สึกว่า แม้ทะเลสาบไท่หูจะใหญ่กว่าทะเลสาบซีหู แต่ก็ไม่สวยเท่าทะเลสาบซีหู ผ่านไป 15 นาทีพวกเราก็ขึ้นรถ ในที่สุดพวกเราก็มาถึงหวูซี ตอนนี้ 11.30 พวกเราทานอาหารกลางวันก่อน จากนั้นค่อยไปเมืองสามก๊ก ที่นี่ไม่เพียงใหญ่ แต่ยังมีทิวทัศน์ที่สวยงามด้วย ที่นี่คือ สถานที่สร้างหนังที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของจีน มีภาพยนตร์หลายเรื่องที่ถ่ายทำที่นี่ ฉันก็ถ่ายรูปไว้ 40-50 รูป รู้สึกว่ายังไม่พอ แต่โชคร้าย ที่กล้องฉันเสีย ยังดีที่เพื่อนพกติดมาด้วย ไม่อย่างนั้นคงเสียดายแย่ พอถึงบ่ายสามก็ขึ้นเรือเพื่อชมทิวทัศน์รอบๆเมืองสามก๊ก พวกเราอยู่เที่ยวที่นี่แค่ครึ่งวัน จากนั้นก็ทานอาหารเย็น แล้วก็กลับโรงแรม วันนี้การเดินทางของเราก็สิ้นสุดเพียงเท่านี้
วันอาทิตย์อากาศแย่มาก ฝนตกทั้งวัน พวกเราไปเที่ยวที่ซูโจว ตอนเช้าเที่ยวที่ฮู่ชิว ที่นี่วิวก็สวยดี ผู้คนจึงมากมาย พวกเราขึ้นไปที่เจดีย์ฮู่ชิว ถ่ายภาพกันอยู่หลายรูป ใช้เวลาไม่นานก็กลับลงมา จากนั้นก็ไปเที่ยวที่หลิวหยวนต่อ ได้ยินว่าสวนของซุโจวนั้นมีชื่อเสียง วันนี้ได้มาเห็นด้วยตาตัวเองก็รู้สึกว่าสวยงามดี โดยเฉพาะก้อนหินรูปร่างประหลาด ฉันเลยถามไกด์ว่า “หินมันมีรูปร่างอย่างนี้เองหรอ? ไกด์ก็ตอบว่า “ใช่มันเป็นอย่างนี้ของมันเอง” บางครั้งฉันรู้สึกว่าธรรมชาตินั้นก็ทำให้คนไม่เข้าใจอยู่เหมือนกัน ว่าทำไมถึงเป็นเช่นนี้หรือเป็นเช่นนั้น พอทานข้าวกลางวันเสร็จ พวกเราก็ไปสวนสนุกซูโจว ที่นี่เครื่องเล่นแต่ละอย่างแพง บางอย่าง 20 หยวน บางอย่าง 30 หยวน ฉันเลยไม่เล่น ทางที่ดีแค่ถ่ายภาพก็พอ ถึงเวลากลางคืนฉันอยากดูค่ำคืนในเมืองซูโจว่าเป็นยังไง ไม่ว่าอากาศจะดีหรือไม่ก็ตามที ฉะนั้นหลังจากทานอาหารเย็นเสร็จ ก็กลับไปพักที่โรงแรมครู่หนึ่งพอถึงทุ่มนึง ฉันกับเพื่อนอีกสี่คนก็ไปด้วยกัน เนื่องจากพวกเราไม่คุ้นเคยกับซูโจว ไม่รู้ว่าสถานที่ไหนน่าไป ก็เลยถามคนพื้นที่ เขาก็ตอบอย่างเป็นกันเอง พวกเราก็เลยไปหาที่แห่งนั้นกัน พอถึงที่นั่นแล้วก็ไม่รู้ว่าสถานที่ไปถึงนั้นใช่หรือไม่ใช่ เพราะว่ามันค่อนข้างเปลี่ยว ไม่เหมือนกับสถานที่ท่องเที่ยวเลย หรืออาจเป็นเพราะลมพัดแรงและฝนก็ตกอยู่ สุดท้ายพวกเราก็กลับไปนอนที่โรงแรม
วันจันทร์หลังจากทานอาหารเช้าพวกเราก็ออกจากซุโจว วันนี้พวกเราจะไปเที่ยวที่โจวจวง โจวจวงคือเมืองโบราณแห่งหนึ่งของจีน ที่นี่ค่าเข้าชมแพงมาก คนละ 100 หยวน แต่พวกเรากลับใช้เวลาแค่แป๊บเดียวก็ออกมาแล้ว เพราะว่าวันนี้คนเยอะมากๆ พวกเราไม่ชอบเบียดเสียดแล้วก็แย่งกับคนอื่น ฉันจึงรู้สึกว่าไม่ค่อยคุ้มกับค่าบัตรเลย
12/15/2008
11/23/2008
ถึงเวลาไปเรียนกันแล้ว
ขอพักเรื่องเที่ยวไว้ก่อน แล้วกลับมาเรียน ภาษาจีนกลาง กันต่อดีกว่า ไม่พูดพร่ำทำเพลงขอเริ่มที่คำศัพท์ก่อนเลยล่ะกัน
幼儿园(yòuéryuán) โรงเรียนอนุบาล
学校(xuéxiào) โรงเรียน
学院(xuéyuàn) สถาบัน , วิทยาลัย
大学(dàxué) มหาวิทยาลัย
毕业(bìyè) จบการศึกษา
教室(jiàoshì) ห้องเรียน
教学楼(jiàoxuélóu) ตึกเรียน , อาคารเรียน
图书馆(túshūguǎn) ห้องสมุด
楼(lóu) ตึก , อาคาร , ชั้น
书店(shūdiàn) ร้านขายหนังสือ
在(zài) ที่ , อยู่ , กำลัง
就(jiù) ก็
那儿(nàr) ที่นั่น
问一下(wènyíxià) ถามหน่อยค่ะ
บทสนทนา ภาษาจีนกลาง
•A : 问一下,图书馆在哪儿? (书店 / 教室 / 教学楼 / 幼儿园)
B : 就在那儿。
A : 谢谢。
บทสนทนาอาจจะสั้นไปสักหน่อยก็ต้องขอโทษด้วย เพราะเป็นคนพูดไม่ค่อยเก่ง เลยไม่รู้ว่าจะแต่งอะไร ใครคิดอะไรออกจะแต่งมากกว่านี้ก็ได้...อันนี้เราก็ไม่ว่ากัน ใครพูดเก่งแต่งได้มาก ก็ถือเป็นผลดีจะเป็นการทำให้พัฒนาภาษาได้เร็วกว่า ส่วนคนที่พูดไม่เก่ง พูดน้อย หรือคิดไม่ออกว่าจะพูดจะแต่งอะไร ก็ไม่เป็นไร ค่อยๆ เรียนไปดีกว่า เดี๋ยวจะคอยเป็นกำลังใจให้
幼儿园(yòuéryuán) โรงเรียนอนุบาล
学校(xuéxiào) โรงเรียน
学院(xuéyuàn) สถาบัน , วิทยาลัย
大学(dàxué) มหาวิทยาลัย
毕业(bìyè) จบการศึกษา
教室(jiàoshì) ห้องเรียน
教学楼(jiàoxuélóu) ตึกเรียน , อาคารเรียน
图书馆(túshūguǎn) ห้องสมุด
楼(lóu) ตึก , อาคาร , ชั้น
书店(shūdiàn) ร้านขายหนังสือ
在(zài) ที่ , อยู่ , กำลัง
就(jiù) ก็
那儿(nàr) ที่นั่น
问一下(wènyíxià) ถามหน่อยค่ะ
บทสนทนา ภาษาจีนกลาง
•A : 问一下,图书馆在哪儿? (书店 / 教室 / 教学楼 / 幼儿园)
B : 就在那儿。
A : 谢谢。
บทสนทนาอาจจะสั้นไปสักหน่อยก็ต้องขอโทษด้วย เพราะเป็นคนพูดไม่ค่อยเก่ง เลยไม่รู้ว่าจะแต่งอะไร ใครคิดอะไรออกจะแต่งมากกว่านี้ก็ได้...อันนี้เราก็ไม่ว่ากัน ใครพูดเก่งแต่งได้มาก ก็ถือเป็นผลดีจะเป็นการทำให้พัฒนาภาษาได้เร็วกว่า ส่วนคนที่พูดไม่เก่ง พูดน้อย หรือคิดไม่ออกว่าจะพูดจะแต่งอะไร ก็ไม่เป็นไร ค่อยๆ เรียนไปดีกว่า เดี๋ยวจะคอยเป็นกำลังใจให้
11/22/2008
ไปเที่ยวกันดีกว่า
ขอนอกเรื่องซักหน่อยนะ เพราะกลัวจะเบื่อกัน ก่อนออกเดินทางไปเที่ยวลองมารู้จักเมืองจีนกันก่อนดีกว่า สาธารณรัฐประชาชนจีน หรือที่เราเรียกกันสั้นๆ ว่าจีนนั้นแบ่งเขตการปกครองส่วนกลางออกเป็น 23 มณฑล (รวมไต้หวัน), 5 เขตปกครองตนเอง, 4 มหานครใหญ่ที่ขึ้นตรงต่อส่วนกลาง และ 2 เขตบริหารพิเศษ หากไม่ดูเป็นการรบกวนสมองเกินไป ก็มาดูว่ามีอะไรกันบ้าง
•23 มณฑลได้แก่ 黑龙江(hēilóngjiāng)เฮยหลงเจียง, 吉林(jílín)จี๋หลิน, 辽宁(liáoníng)เหลียวหนิง, 河北(héběi)เหอเป่ย ,山西(shānxī)ซานซี ,山东(shāndōng)ซานตง ,江苏(jiāngsū) เจียงซู , 安徽 (ānhuī) อันฮุย , 浙江 (zhèjiāng) เจ้อเจียง , 江西 (jiāngxī) เจียงซี , 福建 (fújiàn) ฝูเจี้ยน หรือ ฮกเกี้ยน , 台湾 (táiwān)ไถวัน หรือ ไต้หวัน , 河南(hénán) เหอหนัน , 湖北 (húběi) หูเป่ย , 湖南(húnán) หูหนัน , 贵州 (guìzhōu) กุ้ยโจว , 广东 (guǎngdōng) กว่างตง หรือ กวางตุ้ง , 海南 (hǎinán) ไห่หนัน , 甘肃 (gānsù) กานซู่ , 陕西 (shǎnxī) ส่านซี , 四川 (sìchuān) ซื่อชวน หรือ เสฉวน , 青海 (qīnghǎi) ชิงไห่ , 云南 (yúnnán) หยุนหนัน หรือ ยูนนาน
•5 เขตปกครองตนเอง ได้แก่ 内蒙古(nèiměnggǔ) เน่ยเหมิงกู่ หรือ มองโกเลียใน, 宁夏(níngxià) หนิงเซี่ย , 新疆 (xīnjiāng) ซินเจียง , 西藏(xīzàng) ซีจ้าง หรือ ทิเบต , 广西(guǎngxī) กว่างซี หรือ กวางสี •4 มหานคร ได้แก่ 北京(běijīng)เป่ยจิง หรือ ปักกิ่ง , 上海(shànghǎi) ซ่างไห่ หรือ เซี่ยงไฮ้ , 天津(tiānjīn) เทียนจิน หรือ เทียนสิน , 重庆(chóngqìng) ฉงชิ่ง
•2 เขตบริหารพิเศษ ได้แก่ 香港(xiānggǎng) เซียงกั่ง หรือ ฮ่องกง , 澳门(àomén) เอ้าเหมิน หรือ มาเก๊า
เห็นอย่างนี้แล้วก็คงไม่ต้องบอกว่าเมืองจีนนั้นกว้างใหญ่แค่ไหน เลยเลือกไม่ถูกเลยว่าจะไปไหนก่อนดี แต่ไม่ว่าไปที่ไหนถ้าจะให้เพิ่มความสนุกยิ่งขึ้น ก็ต้องพูด ภาษาจีนกลาง ให้ได้ก่อน แล้วมันจะมีความหมายมากขึ้นสำหรับการเดินทาง...จริงๆ นะ
ครั้งแรกเลยที่ได้สัมผัสแผ่นดินจีน (ไม่รวมฮ่องกง กับ มาเก๊า) ก็ไปที่ปักกิ่งอ่ะ ตอนนั้นพูด ภาษาจีนกลาง ไม่ได้เลย จะไปไหนทำอะไรก็ต้องอาศัยไกด์ หรือไม่ก็ภาษาที่ทุกคนรู้จักกันดี...ก็ภาษาใบ้ไงล่ะ ตอนนั้นก็คิดนะว่าทำไมไม่ยอมเรียน ภาษาจีนกลาง ก็เลยคิดว่าพอกลับมาเมืองไทยแล้วจะไปสมัครเรียน
กลับมาก็ไปถามคอร์สเรียนอะไรเสร็จสรรพแล้ว แต่ก็ไม่ได้ลงเรียน เพราะเห็นตัวหนังสือแล้วก็คิดว่าเราคงเรียนไม่ได้หรอก กลัวไปไม่รอด แค่มองก็รู้ว่ายาก เลยไม่ได้ลงเรียน ตอนนั้นเพิ่งจบ ม. 6 ด้วยก็เลยยังไม่ได้คิดอะไรมาก กว่าจะได้เริ่มเรียน ภาษาจีนกลาง เป็นครั้งแรก ก็อีกสี่ปีให้หลัง คือตอนที่จบมหาลัยแล้ว
ในห้องเรียนนี่เราอายุเยอะสุดเลยหรือนี่ ทำไมเราเพิ่งคิดได้นะ แต่ไม่เป็นไรเพราะไม่มีใครแก่เกินเรียน เรียนไปได้ประมาณปีนึงก็เริ่มเบื่อ เพราะเรียนแค่อาทิตย์ละครั้งเอง มันช่างช้าเหลือเกิน เลยให้ป๊าส่งไปเรียนที่กวางเจา (อยู่ในมณฑลกวางตุ้ง) ที่นี่ก็ดีนะหน้าหนาวอากาศไม่หนาวมาก แต่เสียตรงที่ว่าหน้าฝนนี่สิฝนตกหนักมากๆ และหน้าร้อนก็ร้อนซะ กลับมาตัวดำปี๊เลย อาหารการกินก็ดี หรือว่าเราเป็นคนกินง่าย(ตะกระ)ก็ไม่รู้ แต่ก็ต้องระวังหน่อยเพราะอาหารมีแต่มันๆ ตอนกลับน้ำหนักนี่เพิ่มขึ้นไปหกโล กว่าจะลดได้ก็นานเลย ยังไงก็ระวังเรื่องอาหารการกินไว้บ้างก็ดี
ที่เลือกเรียนที่กวางเจาก็เพราะถูกกว่าที่ปักกิ่ง และเซี่ยงไฮ้อ่ะ แถมยังใกล้เซินเจิ้น กับฮ่องกงอีกด้วย จะได้หนีเที่ยวสะดวก...เฮ้ยไม่ช่ายอย่างนั้น จากกวางเจานั่งรถไฟไม่กี่ชั่วโมงก็ถึงเซินเจิ้นแล้ว การเดินทางสะดวกสบาย แต่ใครที่คิดจะไปเรียนที่นี่ก็ต้องระวังเรื่องขโมยหน่อยนะ เพราะกวางเจาเป็นเมืองใหญ่มีคนเข้ามาหางานทำเยอะ พวกหางานไม่ได้หรือไม่มีอะไรทำก็ลักเล็กขโมยน้อยแหละ เพราะเพื่อนก็เคยโดนเหมือนกัน
หลังจากเรียนที่กวางเจาได้เทอมนึงก็กลับมา รู้สึกว่า ภาษาจีน ไม่ค่อยกระเตื้องขึ้นยังไงบอกไม่ถูก หรือเราแค่คิดไปเอง อุตส่าห์เลือกเมืองที่มีคนไทยน้อยแล้วแต่ไปก็กลับเจอเป็นสิบ แล้วยังชอบใช้นิสัยคนไทยที่พอรวมกลุ่มกันทีไรก็ใช้ภาษาแม่ทุกที แบบประมาณว่ากลัวลืมภาษาบ้านเกิด สุดท้ายก็คิดว่าไม่ได้อะไรจนเลิกเรียนไป แต่ก็ยังมีโอกาสได้ไปเมืองจีนอยู่อีกหลายครั้ง
ตามมาเดี๋ยวจะเล่าให้ฟังว่าได้ไปที่ไหนมาบ้าง ก็หลังจากกลับมาประมาณกลางปี พอปลายปีก็ได้ไปเมืองต้าลี่ กับลี่เจียง (มณฑลหยุนหนัน) เป็นเมืองที่สวยมาก โดยเฉพาะลี่เจียง เป็นเมืองโบราณที่ดูยังรักษาขนบธรรมเนียม และวัฒนธรรมไว้เป็นอย่างดี เหมือนหลุดเข้าไปอยู่ในโลกของคนสมัยก่อนเลย คิดแล้วยังอยากไปอีกสักครั้งเลย
ต่อจากนั้นก็ได้กลับไปกวางเจาอีกครั้ง คราวนี้ไปงานแฟร์อ่ะ คนเยอะมากๆ มาจากทั่วทุกสารทิศเลย ใครจะไปงานนี้ก็ต้องเตรียมทำนามบัตรเอาไว้นะ จะได้ไปแลกแคตาล็อกต่างๆ เอาเก็บไว้เป็นข้อมูลเพื่อจะได้เป็นแนวทางในการทำธุรกิจว่าเราสนใจอะไร ตอนที่ไปก็ไม่คิดว่าจะทำอะไร ลองไปดูเห็นเค้าบอกกันว่าเป็นงานใหญ่ระดับโลก พอไปก็ใหญ่จริงๆ เดินจนขาลากเลย แต่เราก็ไม่รู้จะทำอะไร ได้แต่เก็บแคตาล็อกกลับมา ใครจะไปก็เตรียมกระเป๋าไปใสแคตาล็อกแล้วลากก็ได้นะ เพราะเยอะแล้วก็หนักมากๆ
หลังจากงานแฟร์ รุ่งขึ้นก็แวะที่เซินเจิ้นกับฮ่องกงด้วย สำหรับคนที่ชอบช็อปปิ้งก็เหมาะมากๆ แต่อย่าลืมพกเงินติดกระเป๋าไปเยอะๆ นะ เดี๋ยวจะช็อปไม่พอ
กลับจากทริปนี้แล้ว กลางปีก็ไปเที่ยวที่เฉินตู (มณฑลเสฉวน) กับทิเบต ที่เฉินตูหากใครได้ไปก็ต้องไม่พลาดการแสดงเปลี่ยนหน้ากากที่เลื่องชื่อ เค้าเปลี่ยนได้เร็วแบบจับผิดไม่ได้เลยอะ หรือใครจับได้ก็ช่วยบอกทีนะว่าเค้าทำกันยังไง จากเฉินตูต้องนั่งเครื่องไปลงที่ทิเบต เพราะจากไทยไปไม่มีบินตรงไปถึงทิเบต
ก่อนการเดินทางไกด์จะให้ทุกคนกินยา เรียกว่า หงจิ่งเย่า อะไปประมาณนี้ แหล่ะไม่รู้จำผิดป่าว เป็นยาที่ช่วยปรับระดับหรือความดันก่อนที่จะเดินทางไปที่ทิเบตอะ แต่ดันลืมให้เรากับแม่กิน พอไปถึงก็ยังดีๆอยู่นะ แต่พอผ่านไปสักระยะก็เริ่มไม่ไหวแล้ว ทรมานสุดๆ เค้าเรียกกันว่าโรคที่ราบสูงอะ อาการก็คลื่นไส้ อาเจียน แบบจะเป็นจะตายเลย จนแบบว่าเรามาทำอะไรที่นี่ อยู่บ้านดีกว่ามั้ยอ่ะ ทิเบตอยู่สูงจากระดับน้ำทะเลมาก ก็เลยเกิดอาการแบบนี้จนบางครั้งต้องใช้ถังออกซิเจนช่วย เพราะอากาศเบาบางมากเลย ออกซิเจนน้อย ที่นั่นเค้าจะมีขายถังออกซิเจน หรือไม่ก็หมอนที่บรรจุออกซิเจน พอได้ออกซิเจนช่วยอาการก็ดีขึ้น วันต่อมาก็เที่ยวได้ตามปกติแล้ว ยังดีนะนี่ที่ไม่เป็นอะไรไปมากกว่านี้ ไม่งั้นก็เท่ากับว่าเสียเงินไปแต่กลับไม่ได้เที่ยว
เรื่องเที่ยวยังไม่หมดแค่นี้ เพราะหลังจากที่เลิกเรียน ภาษาจีนกลาง ไปแล้วสามปี ก็มีโอกาสได้กลับไปเรียนที่จีนอีกครั้ง ป๊าก็แสนดี ลูกอยากไปเรียนที่ไหนก็ตามใจ เราก็เลยจัดการหาที่เรียนเอง คราวนี้ก็ไปเองติดต่ออะไรเองหมด ก็ดูอยู่นานเหมือนกันว่าจะไปเมืองไหนดี สุดท้ายก็เลือกที่หางโจว (มณฑลเจ้อเจียง) เพราะขึ้นชื่อว่าเป็นเมืองท่องเที่ยวที่สวยงาม และค่าครองชีพก็ไม่สูงมากนักเมื่อเทียบกับเซี่ยงไฮ้
ทีแรกก็คิดจะไปเซี่ยงไฮ้เหมือนกันนะ เพราะสนใจด้านธุรกิจ และเซี่ยงไฮ้ก็เป็นเมืองที่ขึ้นชื่อว่าเศรษกิจดี แต่คิดไปคิดมาเราไปเรียนภาษา เรียนที่ไหนก็เหมือนกันและก็เป็นอย่างนั้นจริงๆ เลือกเรียนที่ถูกแล้วเก็บเงินไว้เที่ยวดีกว่า หางโจวเป็นเมืองที่น่าอยู่ อากาศดี แล้วมลพิษก็น้อยกว่าเซี่ยงไฮ้ด้วย คนก็ดูมีน้ำใจมากกว่าหลายๆ เมืองที่เคยสัมผัสมา
แม้จะเลือกเรียนที่หางโจว แต่ก็แอบไปเที่ยวเซี่ยงไฮ้อยู่เหมือนกัน เพราะนั่งรถไฟไปแค่ชั่วโมงนิดๆ ก็ถึงแล้ว คิดแล้วก็นึกถึงเมืองไทยนะว่าเมื่อไหร่ การคมนาคมของบ้านเราจะสะดวกเหมือนเมืองจีนบ้าง ไปไหนมาไหนจะได้ไม่ต้องเปลืองเวลา
ต่อจากเซี่ยงไฮ้ ก็ไปกันที่อี้อูดีกว่า ไปดูว่าเมืองนี้เค้ามีอะไร เป็นอีกเมืองที่เหล่าบรรดาพ่อค้า แม่ค้าในเมืองไทยนำสินค้าจากเมืองนี้มาขาย ส่วนใหญ่จะเป็นร้านขายของกิ๊ปช็อปอยู่บนตึกใหญ่ ภายในตึกก็จะมีป้ายภาษาไทยประกาศเกี่ยวกับบริษัทที่รับขนส่งสินค้าไปเมืองไทย ใครมีโอกาสได้แวะไปก็ต้องไปกันแต่เช้า หรือไม่ก็ไปค้างคืนแล้วเดินต่อกันวันรุ่งขึ้นก็ได้ เพราะตึกนี้ห้าโมงเย็นเค้าก็ปิดกันแล้ว พอแค่นี้ก่อนนะ ถ้านึกอะไรออก หรือมีที่เที่ยวที่ใหม่ๆ จะเอามาฝาก
พักสักหน่อย
休息一下(xiūxīyíxià) พักสักหน่อย เรียนมาถึงตรงนี้แล้วคงจะเหนื่อยกันไม่ใช่เล่น งั้นพักกันสักหน่อย แล้วค่อยเดินทางต่อดีกว่า จริงๆ แล้วไม่ใช่อะไรหรอก เพราะยังนึกไม่ออกว่าจะเขียนอะไรต่อไป การถ่ายทอด ภาษาจีนกลาง ให้คนอื่นได้รับรู้นี่ก็ไม่ใช่เรื่องง่ายเลยนะเนี่ย
คิดอย่างนี้แล้วก็นึกถึงเหล่าซือเลย ต้องคอยหากลเม็ดมาสอน เพื่อไม่ให้ผู้เรียนเกิดความเครียด แล้วเราจะทำไงต่อดีเนี่ย สอนก็ไม่เคยสอน แต่ดันมาทำบล็อก ภาษาจีนกลาง ซะงั้น ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าจะทำให้ผู้ที่แวะเวียนเข้ามา เข้าใจได้มากน้อยเพียงใด แต่ยังไงก็ขอทำต่อไปละกัน เพื่อประโยชน์ของมวลมนุษยชาติ...เกี่ยวอะไรกันมั้ยเนี่ย
เราอยากให้ทุกคนเรียน ภาษาจีน ด้วยใจรัก เพราะครั้งหนึ่ง เราก็เป็นคนนึงที่รู้สึกท้อแล้วก็ไม่อยากเรียน แต่คิดว่าถ้าท้อแล้วถอย โดยไม่ยอมทุ่มเทให้กับมัน เราก็จะหยุดอยู่กับที่ ไม่มีทางที่จะรู้ศัพท์เพิ่มขึ้นได้เลย พักหลังเลยตั้งใจที่จะหาอะไรที่เป็นจีนๆ มาอ่านบ้าง อย่างน้อยจะได้ถือเป็นการทบทวนไปในตัว เพราะนี่ก็ห่างไปนานจนลืมไปก็เยอะ คิดแล้วเสียดายเงินป๊า ม้า ที่ส่งเสียให้เรียน จริงๆๆๆๆ
คิดอย่างนี้แล้วก็นึกถึงเหล่าซือเลย ต้องคอยหากลเม็ดมาสอน เพื่อไม่ให้ผู้เรียนเกิดความเครียด แล้วเราจะทำไงต่อดีเนี่ย สอนก็ไม่เคยสอน แต่ดันมาทำบล็อก ภาษาจีนกลาง ซะงั้น ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าจะทำให้ผู้ที่แวะเวียนเข้ามา เข้าใจได้มากน้อยเพียงใด แต่ยังไงก็ขอทำต่อไปละกัน เพื่อประโยชน์ของมวลมนุษยชาติ...เกี่ยวอะไรกันมั้ยเนี่ย
เราอยากให้ทุกคนเรียน ภาษาจีน ด้วยใจรัก เพราะครั้งหนึ่ง เราก็เป็นคนนึงที่รู้สึกท้อแล้วก็ไม่อยากเรียน แต่คิดว่าถ้าท้อแล้วถอย โดยไม่ยอมทุ่มเทให้กับมัน เราก็จะหยุดอยู่กับที่ ไม่มีทางที่จะรู้ศัพท์เพิ่มขึ้นได้เลย พักหลังเลยตั้งใจที่จะหาอะไรที่เป็นจีนๆ มาอ่านบ้าง อย่างน้อยจะได้ถือเป็นการทบทวนไปในตัว เพราะนี่ก็ห่างไปนานจนลืมไปก็เยอะ คิดแล้วเสียดายเงินป๊า ม้า ที่ส่งเสียให้เรียน จริงๆๆๆๆ
11/21/2008
เวลา ใน ภาษาจีน
เวลาก็เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่มีความสำคัญมาก เพราะถ้าไม่รู้จักเวลาแล้วผิดนัดกันขึ้นมาจะยุงนะ...ขอเตือนไว้ก่อน รู้อย่างนี้แล้วก็มาเรียนเรื่องเวลากันเลยดีกว่า เพื่อเป็นการไม่ให้เสียเวลาไปโดยเปล่าประโยชน์
秒(miǎo) = วินาที
分(fēn) = นาที
小时(xiǎoshí) = ชั่วโมง
现在(xiànzài) = ตอนนี้ , ขณะนี้
几(jǐ) = กี่
差(chà) = ขาด
半(bàn) = ครึ่ง
点(diǎn) = โมง , นาฬิกา
刻(kè) = 15 นาที
早上(zǎoshang) = ตอนเช้า
中午(zhōngwǔ) = ตอนเที่ยง , ตอนกลางวัน
下午(xiàwǔ) = ตอนบ่าย
晚上(wǎnshang) = ตอนเย็น
夜(yè) = กลางคืน
午夜(wǔyè) = เที่ยงคืน
大前天(dàqiántiān) = 3 วันก่อน
前天(qiántiān) = เมื่อวานซืน
昨天(zuótiān) = เมื่อวานนี้
今天(jīntiān) = วันนี้
明天(míngtiān) = พรุ่งนี้
后天(hòutiān) = มะรืนนี้
大后天(dàhòutiān) = 3 วันข้างหน้า
ต่อเนื่องจากบทที่แล้ว ลืมบอกไปว่าการนับวันเวลาใน ภาษาจีนกลาง ต้องเรียงจากหน่วยที่ใหญ่กว่าไปหาหน่วยที่เล็กกว่า คือจะเรียงเป็น ปี-เดือน-วัน เช่น วันนี้วันที่ 20 พฤศจิกายน 2008 ก็จะได้ว่า 2008年11月20日 พอเข้าใจกันบ้างหรือเปล่า ถ้าเข้าใจกันแล้วก็มาถามตอบเรื่องเวลากันดีกว่า
บทสนทนา ภาษาจีนกลาง
• 现在几点?
现在早上八点一刻。 (差一刻十点 / 十一点二十分 / 下午三点半)
• ตอนนี้กี่โมง
ตอนนี้ 8โมง 15นาที (ขาด 15 นาที 10 โมง / 11โมง 20 นาที / บ่ายสามโมงครึ่ง)
การบอกเวลาควรมีช่วงเวลากำกับว่า เป็นช่วงเช้า บ่าย หรือเย็น เพื่อจะได้ไม่เป็นการสับสน
秒(miǎo) = วินาที
分(fēn) = นาที
小时(xiǎoshí) = ชั่วโมง
现在(xiànzài) = ตอนนี้ , ขณะนี้
几(jǐ) = กี่
差(chà) = ขาด
半(bàn) = ครึ่ง
点(diǎn) = โมง , นาฬิกา
刻(kè) = 15 นาที
早上(zǎoshang) = ตอนเช้า
中午(zhōngwǔ) = ตอนเที่ยง , ตอนกลางวัน
下午(xiàwǔ) = ตอนบ่าย
晚上(wǎnshang) = ตอนเย็น
夜(yè) = กลางคืน
午夜(wǔyè) = เที่ยงคืน
大前天(dàqiántiān) = 3 วันก่อน
前天(qiántiān) = เมื่อวานซืน
昨天(zuótiān) = เมื่อวานนี้
今天(jīntiān) = วันนี้
明天(míngtiān) = พรุ่งนี้
后天(hòutiān) = มะรืนนี้
大后天(dàhòutiān) = 3 วันข้างหน้า
ต่อเนื่องจากบทที่แล้ว ลืมบอกไปว่าการนับวันเวลาใน ภาษาจีนกลาง ต้องเรียงจากหน่วยที่ใหญ่กว่าไปหาหน่วยที่เล็กกว่า คือจะเรียงเป็น ปี-เดือน-วัน เช่น วันนี้วันที่ 20 พฤศจิกายน 2008 ก็จะได้ว่า 2008年11月20日 พอเข้าใจกันบ้างหรือเปล่า ถ้าเข้าใจกันแล้วก็มาถามตอบเรื่องเวลากันดีกว่า
บทสนทนา ภาษาจีนกลาง
• 现在几点?
现在早上八点一刻。 (差一刻十点 / 十一点二十分 / 下午三点半)
• ตอนนี้กี่โมง
ตอนนี้ 8โมง 15นาที (ขาด 15 นาที 10 โมง / 11โมง 20 นาที / บ่ายสามโมงครึ่ง)
การบอกเวลาควรมีช่วงเวลากำกับว่า เป็นช่วงเช้า บ่าย หรือเย็น เพื่อจะได้ไม่เป็นการสับสน
Subscribe to:
Posts (Atom)