วันเวลาช่างผ่านไปอย่างรวดเร็ว เผลอแป๊บเดียวสิ้นเดือนอีกแล้ว แต่ทุกสิ้นเดือนนี้ (ตุลาคม)ของทุกปีก็จะเป็นวันฮัลโลวีน ซึ่งในภาษาจีนวันฮัลโลวีนก็คือ 万圣节 wànshèngjié บางครั้งก็อาจเรียกว่า 鬼节 guǐjié
ตอนนี้ใครกำลังอยู่คนเดียวระวังผีหลอกนะ...ล้อเล่นอ่ะ เทศกาลนี้เป็นของพวกฝรั่งเลยไม่ค่อยรู้อะไรมาก รู้แค่เป็นวันปล่อยผี แต่ก็ไม่รู้จะปล่อยไปบ้านใครบ้าง แต่อย่ามาบ้านเราล่ะกัน เพราะอ่อนอังกฤษเดี๋ยวจะคุยกันไม่รู้เรื่อง ส่วนผีจีน ผีไทย ก็ไม่ต้องมานะ เพราะเราไม่ว่างคุยด้วย
แวะเอาคำศัพท์วันฮัลโลวีนมาบอกกันเฉยๆ ไม่มีอะไรหรอกค่ะ ไปแล้วนะค่ะ แล้วเจอกันในเทศกาลต่อไป
10/31/2009
10/25/2009
เรื่องยุ่งยากของคนเรียนจีน
ทุกคนที่กำลังเรียนภาษาจีนกันอยู่ ล้วนต้องเคยพบกับปัญหายุ่งยากต่างๆ ในการเรียนภาษาจีน ไม่ว่าจะเป็นการออกเสียงพินอิน การฟัง การอ่าน การเขียน แต่สิ่งที่อยากบอกทุกคนก็คือว่า คุณไม่ได้เดินอยู่บนเส้นทางนั้นเพียงลำพัง เพราะครั้งหนึ่งที่หลีได้เริ่มต้นเรียน ก็มีปัญหาต่างๆ เหล่านี้เช่นกัน
แม้แต่ทุกวันนี้ที่อยู่กับภาษาจีนมาหลายปีก็ยังมีปัญหา ถึงจะไม่ได้ทำงานเกี่ยวกับภาษาจีนก็ยังต้องอ่าน ต้องฟังอยู่เป็นประจำ เพราะถ้าจะทิ้งสิ่งที่เคยเรียนมาก็รู้สึกเสียดาย ขอให้ทุกคนสู้ๆ นะค่ะ 加油!加油!jiāyóu! jiāyóu! หลีจะคอยเป็นกำลังใจให้ทุกคนค่ะ
แล้วถ้ามีอะไรที่หลีพอจะช่วยได้ก็ขอให้บอกได้เลยค่ะ ไม่ต้องเกรงใจนะค่ะ
แม้แต่ทุกวันนี้ที่อยู่กับภาษาจีนมาหลายปีก็ยังมีปัญหา ถึงจะไม่ได้ทำงานเกี่ยวกับภาษาจีนก็ยังต้องอ่าน ต้องฟังอยู่เป็นประจำ เพราะถ้าจะทิ้งสิ่งที่เคยเรียนมาก็รู้สึกเสียดาย ขอให้ทุกคนสู้ๆ นะค่ะ 加油!加油!jiāyóu! jiāyóu! หลีจะคอยเป็นกำลังใจให้ทุกคนค่ะ
แล้วถ้ามีอะไรที่หลีพอจะช่วยได้ก็ขอให้บอกได้เลยค่ะ ไม่ต้องเกรงใจนะค่ะ
10/22/2009
การเรียนที่จีน
หลายคนที่ไม่ได้เรียนเอกภาษาจีน แต่เรียนตามสถาบันสอนภาษาจีนอาจคิดว่าการเรียนที่ไทยนั้นเป็นไปอย่างช้าๆ เพราะว่าเรียนได้แค่สัปดาห์ละไม่กี่ชั่วโมง และเมื่อเรียนถึงระดับที่สูงขึ้นแล้วจำนวนคนที่เรียนก็น้อยลงจนทำให้สถาบันสอนภาษาจีนต่างๆ เหล่านั้นไม่สามารถเปิดสอนได้ จึงคิดที่จะไปศึกษาต่อที่ประเทศจีนแทน
เราก็เป็นคนหนึ่งที่คิดอย่างนั้น เพราะการเรียนที่จีนนั้นจะได้เรียนทุกวัน รวมทั้งได้อยู่ในบรรยากาศที่บังคับให้เราต้องพูดภาษาจีนด้วย การใช้ชีวิตก็ต้องใช้ภาษาจีน ต้องดูหนัง-ฟังเพลงจีน ทำให้การฟังพัฒนาขึ้น
การเรียนที่จีนนั้น ถ้าไม่ได้เรียนเป็นหลักสูตรปริญญา หรือประกาศนียบัตร ก็จะมีเรียนแค่ตอนเช้า พอบ่ายก็ว่างแล้ว แต่บางมหาลัยก็อาจดีหน่อยที่มีกิจกรรมให้ทำตอนบ่าย ส่วนใหญ่ก็จะขึ้นอยู่กับจำนวนนักเรียนว่ามีมากพอที่จะเปิดสอนตอนบ่ายได้มั้ย
แต่ถ้าใครมีเพื่อนคนจีนล่ะก้อ ขอแนะนำว่าลองขอตามไปนั่งฟังในห้องเรียนกับเค้าดูซิ แล้วจะรู้ว่าจริงๆ แล้วเราฟังคนจีนรู้เรื่องมากน้อยแค่ไหน เพราะอาจารย์คนจีนที่สอนนักเรียนต่างชาติกับอาจารย์คนจีนที่สอนนักเรียนจีนนั้น ระดับความเร็วในการพูดต่างกันมากมาย จากการที่เคยลองไปนั่งฟังมาก็มึนพอสมควร เพราะเค้าจะพูดเร็วมาก แถมเขียนหวัดอีกอ่านไม่ออกเลย
อาจารย์ที่สอนนักเรียนต่างชาติ จะมีความเข้าใจและใส่ใจว่าเราฟังรู้เรื่องหรือไม่รู้เรื่อง ฉะนั้นการเรียนในห้องเรียนเชื่อได้เลยว่าเราสามารถที่จะฟังรู้เรื่องได้เกือบทั้งหมด ซึ่งต่างกับการเรียนนอกห้องเรียนที่ไม่มีใครมาคอยอธิบายให้เราฟัง เราจะต้องเรียนรู้ด้วยการออกไปได้ยิน ได้ฟัง คนข้างนอกพูดบ่อยๆ เพื่อให้เคยชินกับสำเนียงนั้นๆ
อันนี้เกิดจากประสบการณ์ตรงเลยจริงๆ นะค่ะ ที่เวลาเรียนทำไมเราเข้าใจได้เกือบหมด แต่พอออกไปข้างนอก แม้บางครั้งคนจีนใช้แค่ประโยคภาษาจีนง่ายๆ ยังบอกให้เค้าช่วยพูดซ้ำกว่าเราจะเข้าใจ แต่เราว่าสำหรับคนต่างชาติอย่างเราๆ แล้วก็คงไม่แปลกอะไรเท่าไหร่หรอกค่ะ เพราะเป็นที่รู้กันดีอยู่แล้วว่าคนจีนมีมากมายหลายหลายสำเนียง แม้กระทั่งบางครั้งคนจีนด้วยกันเองแต่มาจากต่างภาคยังฟังกันไม่รู้เรื่องเลย
วันนี้ก็ดึกมากแล้วงั้นเราขอเล่าแค่นี้ก่อนนะ แล้วจะมาเล่าให้ฟังต่อ
เราก็เป็นคนหนึ่งที่คิดอย่างนั้น เพราะการเรียนที่จีนนั้นจะได้เรียนทุกวัน รวมทั้งได้อยู่ในบรรยากาศที่บังคับให้เราต้องพูดภาษาจีนด้วย การใช้ชีวิตก็ต้องใช้ภาษาจีน ต้องดูหนัง-ฟังเพลงจีน ทำให้การฟังพัฒนาขึ้น
การเรียนที่จีนนั้น ถ้าไม่ได้เรียนเป็นหลักสูตรปริญญา หรือประกาศนียบัตร ก็จะมีเรียนแค่ตอนเช้า พอบ่ายก็ว่างแล้ว แต่บางมหาลัยก็อาจดีหน่อยที่มีกิจกรรมให้ทำตอนบ่าย ส่วนใหญ่ก็จะขึ้นอยู่กับจำนวนนักเรียนว่ามีมากพอที่จะเปิดสอนตอนบ่ายได้มั้ย
แต่ถ้าใครมีเพื่อนคนจีนล่ะก้อ ขอแนะนำว่าลองขอตามไปนั่งฟังในห้องเรียนกับเค้าดูซิ แล้วจะรู้ว่าจริงๆ แล้วเราฟังคนจีนรู้เรื่องมากน้อยแค่ไหน เพราะอาจารย์คนจีนที่สอนนักเรียนต่างชาติกับอาจารย์คนจีนที่สอนนักเรียนจีนนั้น ระดับความเร็วในการพูดต่างกันมากมาย จากการที่เคยลองไปนั่งฟังมาก็มึนพอสมควร เพราะเค้าจะพูดเร็วมาก แถมเขียนหวัดอีกอ่านไม่ออกเลย
อาจารย์ที่สอนนักเรียนต่างชาติ จะมีความเข้าใจและใส่ใจว่าเราฟังรู้เรื่องหรือไม่รู้เรื่อง ฉะนั้นการเรียนในห้องเรียนเชื่อได้เลยว่าเราสามารถที่จะฟังรู้เรื่องได้เกือบทั้งหมด ซึ่งต่างกับการเรียนนอกห้องเรียนที่ไม่มีใครมาคอยอธิบายให้เราฟัง เราจะต้องเรียนรู้ด้วยการออกไปได้ยิน ได้ฟัง คนข้างนอกพูดบ่อยๆ เพื่อให้เคยชินกับสำเนียงนั้นๆ
อันนี้เกิดจากประสบการณ์ตรงเลยจริงๆ นะค่ะ ที่เวลาเรียนทำไมเราเข้าใจได้เกือบหมด แต่พอออกไปข้างนอก แม้บางครั้งคนจีนใช้แค่ประโยคภาษาจีนง่ายๆ ยังบอกให้เค้าช่วยพูดซ้ำกว่าเราจะเข้าใจ แต่เราว่าสำหรับคนต่างชาติอย่างเราๆ แล้วก็คงไม่แปลกอะไรเท่าไหร่หรอกค่ะ เพราะเป็นที่รู้กันดีอยู่แล้วว่าคนจีนมีมากมายหลายหลายสำเนียง แม้กระทั่งบางครั้งคนจีนด้วยกันเองแต่มาจากต่างภาคยังฟังกันไม่รู้เรื่องเลย
วันนี้ก็ดึกมากแล้วงั้นเราขอเล่าแค่นี้ก่อนนะ แล้วจะมาเล่าให้ฟังต่อ
10/19/2009
ทุนเรียนจีน (หมดเขต 15 พ.ย. 52)
เนื่องจากอาจมีหลายคนกำลังหาทุนเรียนจีนอยู่ วันนี้จึงนำข่าวของศูนย์บ้านจีนมาฝากค่ะ เผื่อจะมีประโยชน์กับผู้ที่สนใจเรียนภาษาจีน ถ้ายังไงก็รีบๆ กันหน่อยนะค่ะ เพราะกำหนดชิงทุนสิ้นสุดวันที่ 15 พ.ย. 52
ขยายเวลารับสมัครสอบชิงทุน ถึงวันที่ 15 พฤศจิกายน 52
ศูนย์บ้านจีน มอบทุนเรียนภาษาจีน เทอมมีนาคม 2553 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นการสนับสนุนให้นักเรียน นักศึกษา และผู้ที่สนใจทั่วไป หันมาศึกษาภาษาจีนเพิ่มมากขึ้น และทางศูนย์ฯเล็งเห็นความสำคัญของภาษาจีนที่กำลังแพร่ขยายไปทั่วโลก จึงได้ดำเนินการจัดสอบโดยมีรายละเอียดดังต่อไปนี้
ลักษณะของทุน ทุนการศึกษานี้เป็นทุนเรียนภาษาจีน แบบให้เปล่า โดยจะได้รับการยกเว้นเฉพาะค่าเล่าเรียนเท่านั้น เป็นเวลา 1 เทอม (ประมาณ 4½ เดือน มี.ค. - ก.ค. 2553 โดยค่าใช้จ่ายอื่นๆ เช่น ค่าหอพัก ค่าตั๋วเครื่องบิน และ ค่าใช้จ่ายในระหว่างเรียน ผู้ได้รับทุนจะต้องออกเอง
ลักษณะการมอบทุนแบ่งออกเป็น 4 ทุน ดังนี้
1. ทุนมหาวิทยาลัย Capital Normal University (เมืองปักกิ่ง) จำนวน 1 ทุน จัดสอบโดยการเขียนเรียงความภาษาไทยตามหัวข้อที่กำหนด โดยจะแจ้งหัวข้อให้ทราบในวันสอบ ซึ่งคุณสมบัติผู้สมัครมีดังต่อไปนี้
- อายุ 20 - 23 ปี
- สัญชาติไทย
- สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีแล้ว
2. ทุนมหาวิทยาลัย Dalian University of Technology (เมืองต้าเหลียน) จำนวน 1 ทุน จัดสอบโดยการเขียนเรียงความภาษาไทยตามหัวข้อที่กำหนด โดยจะแจ้งหัวข้อให้ทราบในวันสอบ ซึ่งคุณสมบัติผู้สมัครมีดังต่อไปนี้
- อายุ 20 - 23 ปี
- สัญชาติไทย
- สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีแล้ว
3. ทุนมหาวิทยาลัย Southwestern University of Finance and Economics (เมืองเฉิงตู) จำนวน 1 ทุน หรือ Donghua University เมืองเซี่ยงไฮ้ จัดสอบโดยการเขียนเรียงความภาษาไทยตามหัวข้อที่กำหนด โดยจะแจ้งหัวข้อให้ทราบในวันสอบ ผู้ได้รับทุนจะได้รับการยกเว้นเฉพาะค่าเล่าเรียนเป็นเวลา 3 เดือน (มี.ค.- พ.ค. 2553) ซึ่งคุณสมบัติผู้สมัครมีดังต่อไปนี้
- อายุ 18 - 21 ปี
- สัญชาติไทย
- สำเร็จการศึกษาระดับมัธยมศึกษาปีที่ 6 หรือเทียบเท่า
4. ทุนสำหรับบุคคลทั่วไป มหาวิทยาลัย Harbin Institute of Technology (เมืองฮาร์บิน) จำนวน 1 ทุน หรือ มหาวิทยาลัย Hangzhou Nornal University จัดสอบโดยการเขียนเรียงความภาษาไทย ตามหัวข้อที่กำหนด โดยจะแจ้งหัวข้อให้ทราบในวันสอบ ซึ่งคุณสมบัติผู้สมัครมีดังต่อไปนี้
- อายุไม่เกิน 30 ปี
- สัญชาติไทย
- สำเร็จการศึกษาระดับมัธยมศึกษาปีที่ 6 หรือเทียบเท่า
การรับสมัคร ผู้สนใจสามารถสมัครได้ 2 ช่องทาง คือ
1. ยื่นเอกสารการสมัครได้ด้วยตัวเองที่ “ศูนย์บ้านจีน” อาคารเพลินจิตเซ็นเตอร์ ชั้น 2 ห้อง 207 ถ.สุขุมวิท ซอย 2 แขวงคลองเตย เขตคลองเตย กรุงเทพ 10110
2. สมัครทางไปรษณีย์ โดยส่งหลักฐาน มายัง จำกัด อาคารเพลินจิตเซ็นเตอร์ ชั้น 2 ห้อง 207 ถ.สุขุมวิท ซอย 2 แขวงคลองเตย เขตคลองเตย กรุงเทพ 10110
เอกสารที่ใช้ในการสมัครสอบ
- รูปถ่ายหน้าตรง 1 หรือ 2 นิ้ว จำนวน 2 ใบ
- ใบสมัครขอรับทุน
http://www.banjean.com/uni_doc/20090717012721.doc
- (Transcript) และ สำเนาบัตรนักศึกษา กรณีที่กำลังศึกษาอยู่
- สำเนาบัตรประชาชน (กรณีที่จบการศึกษาแล้ว)
- ค่าธรรมเนียมการสมัครจำนวน 200 บาท
การชำระค่าธรรมเนียมการสมัครสอบ
- ส่งค่าธรรมเนียมการสมัครผ่าน ธนาคารไทยพาณิชย์ สาขาย่อยเพลินจิตเซ็นเตอร์ ชื่อบัญชี
บริษัท ศูนย์ภาษาบ้านจีน จำกัด หมายเลขบัญชี 216-2-09700-0
หมดเขตรับสมัครวันที่ 15 พฤศจิกายน 2552 ทางศูนย์จะแจ้ง วัน เวลา และสถานที่สอบคัดเลือก (รอบ 2) ในวันที่ 15 พฤศจิกายน 2552 ทางเว็บไซต์ http://www.banjean.com
แหล่งที่มา : http://www.banjean.com
ขยายเวลารับสมัครสอบชิงทุน ถึงวันที่ 15 พฤศจิกายน 52
ศูนย์บ้านจีน มอบทุนเรียนภาษาจีน เทอมมีนาคม 2553 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นการสนับสนุนให้นักเรียน นักศึกษา และผู้ที่สนใจทั่วไป หันมาศึกษาภาษาจีนเพิ่มมากขึ้น และทางศูนย์ฯเล็งเห็นความสำคัญของภาษาจีนที่กำลังแพร่ขยายไปทั่วโลก จึงได้ดำเนินการจัดสอบโดยมีรายละเอียดดังต่อไปนี้
ลักษณะของทุน ทุนการศึกษานี้เป็นทุนเรียนภาษาจีน แบบให้เปล่า โดยจะได้รับการยกเว้นเฉพาะค่าเล่าเรียนเท่านั้น เป็นเวลา 1 เทอม (ประมาณ 4½ เดือน มี.ค. - ก.ค. 2553 โดยค่าใช้จ่ายอื่นๆ เช่น ค่าหอพัก ค่าตั๋วเครื่องบิน และ ค่าใช้จ่ายในระหว่างเรียน ผู้ได้รับทุนจะต้องออกเอง
ลักษณะการมอบทุนแบ่งออกเป็น 4 ทุน ดังนี้
1. ทุนมหาวิทยาลัย Capital Normal University (เมืองปักกิ่ง) จำนวน 1 ทุน จัดสอบโดยการเขียนเรียงความภาษาไทยตามหัวข้อที่กำหนด โดยจะแจ้งหัวข้อให้ทราบในวันสอบ ซึ่งคุณสมบัติผู้สมัครมีดังต่อไปนี้
- อายุ 20 - 23 ปี
- สัญชาติไทย
- สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีแล้ว
2. ทุนมหาวิทยาลัย Dalian University of Technology (เมืองต้าเหลียน) จำนวน 1 ทุน จัดสอบโดยการเขียนเรียงความภาษาไทยตามหัวข้อที่กำหนด โดยจะแจ้งหัวข้อให้ทราบในวันสอบ ซึ่งคุณสมบัติผู้สมัครมีดังต่อไปนี้
- อายุ 20 - 23 ปี
- สัญชาติไทย
- สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีแล้ว
3. ทุนมหาวิทยาลัย Southwestern University of Finance and Economics (เมืองเฉิงตู) จำนวน 1 ทุน หรือ Donghua University เมืองเซี่ยงไฮ้ จัดสอบโดยการเขียนเรียงความภาษาไทยตามหัวข้อที่กำหนด โดยจะแจ้งหัวข้อให้ทราบในวันสอบ ผู้ได้รับทุนจะได้รับการยกเว้นเฉพาะค่าเล่าเรียนเป็นเวลา 3 เดือน (มี.ค.- พ.ค. 2553) ซึ่งคุณสมบัติผู้สมัครมีดังต่อไปนี้
- อายุ 18 - 21 ปี
- สัญชาติไทย
- สำเร็จการศึกษาระดับมัธยมศึกษาปีที่ 6 หรือเทียบเท่า
4. ทุนสำหรับบุคคลทั่วไป มหาวิทยาลัย Harbin Institute of Technology (เมืองฮาร์บิน) จำนวน 1 ทุน หรือ มหาวิทยาลัย Hangzhou Nornal University จัดสอบโดยการเขียนเรียงความภาษาไทย ตามหัวข้อที่กำหนด โดยจะแจ้งหัวข้อให้ทราบในวันสอบ ซึ่งคุณสมบัติผู้สมัครมีดังต่อไปนี้
- อายุไม่เกิน 30 ปี
- สัญชาติไทย
- สำเร็จการศึกษาระดับมัธยมศึกษาปีที่ 6 หรือเทียบเท่า
การรับสมัคร ผู้สนใจสามารถสมัครได้ 2 ช่องทาง คือ
1. ยื่นเอกสารการสมัครได้ด้วยตัวเองที่ “ศูนย์บ้านจีน” อาคารเพลินจิตเซ็นเตอร์ ชั้น 2 ห้อง 207 ถ.สุขุมวิท ซอย 2 แขวงคลองเตย เขตคลองเตย กรุงเทพ 10110
2. สมัครทางไปรษณีย์ โดยส่งหลักฐาน มายัง จำกัด อาคารเพลินจิตเซ็นเตอร์ ชั้น 2 ห้อง 207 ถ.สุขุมวิท ซอย 2 แขวงคลองเตย เขตคลองเตย กรุงเทพ 10110
เอกสารที่ใช้ในการสมัครสอบ
- รูปถ่ายหน้าตรง 1 หรือ 2 นิ้ว จำนวน 2 ใบ
- ใบสมัครขอรับทุน
http://www.banjean.com/uni_doc/20090717012721.doc
- (Transcript) และ สำเนาบัตรนักศึกษา กรณีที่กำลังศึกษาอยู่
- สำเนาบัตรประชาชน (กรณีที่จบการศึกษาแล้ว)
- ค่าธรรมเนียมการสมัครจำนวน 200 บาท
การชำระค่าธรรมเนียมการสมัครสอบ
- ส่งค่าธรรมเนียมการสมัครผ่าน ธนาคารไทยพาณิชย์ สาขาย่อยเพลินจิตเซ็นเตอร์ ชื่อบัญชี
บริษัท ศูนย์ภาษาบ้านจีน จำกัด หมายเลขบัญชี 216-2-09700-0
หมดเขตรับสมัครวันที่ 15 พฤศจิกายน 2552 ทางศูนย์จะแจ้ง วัน เวลา และสถานที่สอบคัดเลือก (รอบ 2) ในวันที่ 15 พฤศจิกายน 2552 ทางเว็บไซต์ http://www.banjean.com
แหล่งที่มา : http://www.banjean.com
ฝึกฟังภาษาจีน
เนื่องจากเว็บ และบล็อกที่ทำอยู่นั้นมีข้อด้อยตรงที่ไม่สามารถออกเสียงให้กับผู้เรียนฟังได้ วันนี้จึงขอแนะนำเว็บสำหรับฝึกฟังภาษาจีน ซึ่งก็มีอยู่มากมายหลายเว็บ แต่ที่ชอบเข้าบ่อยๆ ก็คือ
www.imandarinpod.com ซึ่งมีเรื่องราวต่างๆ มากมายเกี่ยวกับภาษาจีนให้เราฝึกฟังกัน สำหรับผู้เริ่มต้นเรียนที่ไม่ค่อยรู้คำศัพท์อาจจะยากซักหน่อย แต่ก็มีเนื้อหาเกี่ยวกับบทความไว้ให้เราคอยอ่านตาม แล้วก็มีการอธิบายคำศัพท์ภาษาจีนไว้ รวมทั้งมีคำถามไว้ให้เราคอยฝึกตอบด้วย
ไม่ว่าเราจะฟังรู้เรื่องหรือไม่รู้เรื่องก็ตามที แต่การฝึกฟังก็มีประโยชน์เพราะจะทำให้เราชินกับสำเนียง และฟังได้มากขึ้นกว่าเดิม ซึ่งอาจเป็นการพัฒนาไปอย่างช้าๆ จนบางครั้งเราก็ไม่รู้ตัว อันนี้ขอคอนเฟิร์มว่าจริงนะค่ะ เพราะบางทีเราอาจยังไม่รู้เรื่องในรอบแรกแต่พอฟังไปหลายๆ รอบก็เริ่มรู้เรื่องขึ้น
ถ้ายังไงก็ลองแวะเข้าไปฟังกันนะค่ะ
www.imandarinpod.com ซึ่งมีเรื่องราวต่างๆ มากมายเกี่ยวกับภาษาจีนให้เราฝึกฟังกัน สำหรับผู้เริ่มต้นเรียนที่ไม่ค่อยรู้คำศัพท์อาจจะยากซักหน่อย แต่ก็มีเนื้อหาเกี่ยวกับบทความไว้ให้เราคอยอ่านตาม แล้วก็มีการอธิบายคำศัพท์ภาษาจีนไว้ รวมทั้งมีคำถามไว้ให้เราคอยฝึกตอบด้วย
ไม่ว่าเราจะฟังรู้เรื่องหรือไม่รู้เรื่องก็ตามที แต่การฝึกฟังก็มีประโยชน์เพราะจะทำให้เราชินกับสำเนียง และฟังได้มากขึ้นกว่าเดิม ซึ่งอาจเป็นการพัฒนาไปอย่างช้าๆ จนบางครั้งเราก็ไม่รู้ตัว อันนี้ขอคอนเฟิร์มว่าจริงนะค่ะ เพราะบางทีเราอาจยังไม่รู้เรื่องในรอบแรกแต่พอฟังไปหลายๆ รอบก็เริ่มรู้เรื่องขึ้น
ถ้ายังไงก็ลองแวะเข้าไปฟังกันนะค่ะ
Subscribe to:
Posts (Atom)